Day: May 21, 2025

Nearfield Instruments และ A*STAR IME ของสิงคโปร์ ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาโซลูชันการวัดทางเมตริกสำหรับยุคของปัญญาประดิษฐ์และแพคเกจจิ้งขั้นสูง

Nearfield Instruments ผู้นำด้านการวัดทางเมตริกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง และสถาบันไมโครอิเล็กทรอนิกส์แห่ง A*STAR (A*STAR Institute of Microelectronics, A*STAR IME) ของสิงคโปร์ ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยระยะเวลาหลายปีในวันนี้ เพื่อผลักดันนวัตกรรมในเทคโนโลยีการวัดทางเมตริกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของ Nearfield Instruments ในด้านการวัดทางเมตริกความแม่นยำสูง ร่วมกับการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ล้ำสมัยของ A*STAR IME ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเร่งการพัฒนาโซลูชันการวัดทางเมตริกขั้นสูงที่ช่วยให้การผลิตชิป AI มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์กำลังก่อให้เกิดความต้องการพลังประมวลผลอย่างมหาศาล ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดนวัตกรรมในเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ เมื่อการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์แบบเดิมเริ่มถึงขีดจำกัด อุตสาหกรรมจึงหันมาใช้การบูรณาการแบบเฮเทอโรจีนีเรียส ซึ่งเป็นการแพคเกจจิ้งขั้นสูงที่รวมชิปประเภทต่าง ๆ เข้าไว้ในระบบเดียว เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการประมวลผลที่เหนือกว่าและประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ได้นำมาซึ่งความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในการผลิต และเน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการควบคุมกระบวนการและการวัดทางเมตริกที่มีความแม่นยำ เพื่อให้มั่นใจในผลผลิตและประสิทธิภาพในการผลิต “AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง แต่ความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับทั้งประสิทธิภาพในการประมวลผลและประสิทธิภาพในการผลิต” Hamed Sadeghian ซีอีโอของ Nearfield Instruments กล่าว “Nearfield ขับเคลื่อนการปฏิวัติ AI โดยการมอบโซลูชันการวัดทางเมตริกที่จำเป็นต่อการรับมือกับความท้าทายของการบูรณาการแบบเฮเทอโรจีนีเรียส โดยมุ่งเน้นเป็นพิเศษที่การเชื่อมต่อแบบไฮบริด ด้วยการรับประกันความแม่นยำและความเชื่อถือได้

Nearfield Instruments และ A*STAR IME ของสิงคโปร์ ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาโซลูชันการวัดทางเมตริกสำหรับยุคของปัญญาประดิษฐ์และแพคเกจจิ้งขั้นสูง

Nearfield Instruments ผู้นำด้านการวัดทางเมตริกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง และสถาบันไมโครอิเล็กทรอนิกส์แห่ง A*STAR (A*STAR Institute of Microelectronics, A*STAR IME) ของสิงคโปร์ ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยระยะเวลาหลายปีในวันนี้ เพื่อผลักดันนวัตกรรมในเทคโนโลยีการวัดทางเมตริกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของ Nearfield Instruments ในด้านการวัดทางเมตริกความแม่นยำสูง ร่วมกับการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ล้ำสมัยของ A*STAR IME ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเร่งการพัฒนาโซลูชันการวัดทางเมตริกขั้นสูงที่ช่วยให้การผลิตชิป AI มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์กำลังก่อให้เกิดความต้องการพลังประมวลผลอย่างมหาศาล ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดนวัตกรรมในเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ เมื่อการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์แบบเดิมเริ่มถึงขีดจำกัด อุตสาหกรรมจึงหันมาใช้การบูรณาการแบบเฮเทอโรจีนีเรียส ซึ่งเป็นการแพคเกจจิ้งขั้นสูงที่รวมชิปประเภทต่าง ๆ เข้าไว้ในระบบเดียว เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการประมวลผลที่เหนือกว่าและประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ได้นำมาซึ่งความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในการผลิต และเน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการควบคุมกระบวนการและการวัดทางเมตริกที่มีความแม่นยำ เพื่อให้มั่นใจในผลผลิตและประสิทธิภาพในการผลิต “AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง แต่ความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับทั้งประสิทธิภาพในการประมวลผลและประสิทธิภาพในการผลิต” Hamed Sadeghian ซีอีโอของ Nearfield Instruments กล่าว “Nearfield ขับเคลื่อนการปฏิวัติ AI โดยการมอบโซลูชันการวัดทางเมตริกที่จำเป็นต่อการรับมือกับความท้าทายของการบูรณาการแบบเฮเทอโรจีนีเรียส โดยมุ่งเน้นเป็นพิเศษที่การเชื่อมต่อแบบไฮบริด ด้วยการรับประกันความแม่นยำและความเชื่อถือได้

Nearfield Instruments และ A*STAR IME ของสิงคโปร์ ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาโซลูชันการวัดทางเมตริกสำหรับยุคของปัญญาประดิษฐ์และแพคเกจจิ้งขั้นสูง

Nearfield Instruments ผู้นำด้านการวัดทางเมตริกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง และสถาบันไมโครอิเล็กทรอนิกส์แห่ง A*STAR (A*STAR Institute of Microelectronics, A*STAR IME) ของสิงคโปร์ ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยระยะเวลาหลายปีในวันนี้ เพื่อผลักดันนวัตกรรมในเทคโนโลยีการวัดทางเมตริกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของ Nearfield Instruments ในด้านการวัดทางเมตริกความแม่นยำสูง ร่วมกับการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ล้ำสมัยของ A*STAR IME ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเร่งการพัฒนาโซลูชันการวัดทางเมตริกขั้นสูงที่ช่วยให้การผลิตชิป AI มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์กำลังก่อให้เกิดความต้องการพลังประมวลผลอย่างมหาศาล ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดนวัตกรรมในเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ เมื่อการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์แบบเดิมเริ่มถึงขีดจำกัด อุตสาหกรรมจึงหันมาใช้การบูรณาการแบบเฮเทอโรจีนีเรียส ซึ่งเป็นการแพคเกจจิ้งขั้นสูงที่รวมชิปประเภทต่าง ๆ เข้าไว้ในระบบเดียว เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการประมวลผลที่เหนือกว่าและประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ได้นำมาซึ่งความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในการผลิต และเน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการควบคุมกระบวนการและการวัดทางเมตริกที่มีความแม่นยำ เพื่อให้มั่นใจในผลผลิตและประสิทธิภาพในการผลิต “AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง แต่ความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับทั้งประสิทธิภาพในการประมวลผลและประสิทธิภาพในการผลิต” Hamed Sadeghian ซีอีโอของ Nearfield Instruments กล่าว “Nearfield ขับเคลื่อนการปฏิวัติ AI โดยการมอบโซลูชันการวัดทางเมตริกที่จำเป็นต่อการรับมือกับความท้าทายของการบูรณาการแบบเฮเทอโรจีนีเรียส โดยมุ่งเน้นเป็นพิเศษที่การเชื่อมต่อแบบไฮบริด ด้วยการรับประกันความแม่นยำและความเชื่อถือได้

Nearfield Instruments และ A*STAR IME ของสิงคโปร์ ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาโซลูชันการวัดทางเมตริกสำหรับยุคของปัญญาประดิษฐ์และแพคเกจจิ้งขั้นสูง

Nearfield Instruments ผู้นำด้านการวัดทางเมตริกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง และสถาบันไมโครอิเล็กทรอนิกส์แห่ง A*STAR (A*STAR Institute of Microelectronics, A*STAR IME) ของสิงคโปร์ ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยระยะเวลาหลายปีในวันนี้ เพื่อผลักดันนวัตกรรมในเทคโนโลยีการวัดทางเมตริกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของ Nearfield Instruments ในด้านการวัดทางเมตริกความแม่นยำสูง ร่วมกับการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ล้ำสมัยของ A*STAR IME ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเร่งการพัฒนาโซลูชันการวัดทางเมตริกขั้นสูงที่ช่วยให้การผลิตชิป AI มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์กำลังก่อให้เกิดความต้องการพลังประมวลผลอย่างมหาศาล ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดนวัตกรรมในเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ เมื่อการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์แบบเดิมเริ่มถึงขีดจำกัด อุตสาหกรรมจึงหันมาใช้การบูรณาการแบบเฮเทอโรจีนีเรียส ซึ่งเป็นการแพคเกจจิ้งขั้นสูงที่รวมชิปประเภทต่าง ๆ เข้าไว้ในระบบเดียว เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการประมวลผลที่เหนือกว่าและประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ได้นำมาซึ่งความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในการผลิต และเน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการควบคุมกระบวนการและการวัดทางเมตริกที่มีความแม่นยำ เพื่อให้มั่นใจในผลผลิตและประสิทธิภาพในการผลิต “AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง แต่ความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับทั้งประสิทธิภาพในการประมวลผลและประสิทธิภาพในการผลิต” Hamed Sadeghian ซีอีโอของ Nearfield Instruments กล่าว “Nearfield ขับเคลื่อนการปฏิวัติ AI โดยการมอบโซลูชันการวัดทางเมตริกที่จำเป็นต่อการรับมือกับความท้าทายของการบูรณาการแบบเฮเทอโรจีนีเรียส โดยมุ่งเน้นเป็นพิเศษที่การเชื่อมต่อแบบไฮบริด ด้วยการรับประกันความแม่นยำและความเชื่อถือได้

Nearfield Instruments และ A*STAR IME ของสิงคโปร์ ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาโซลูชันการวัดทางเมตริกสำหรับยุคของปัญญาประดิษฐ์และแพคเกจจิ้งขั้นสูง

Nearfield Instruments ผู้นำด้านการวัดทางเมตริกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง และสถาบันไมโครอิเล็กทรอนิกส์แห่ง A*STAR (A*STAR Institute of Microelectronics, A*STAR IME) ของสิงคโปร์ ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยระยะเวลาหลายปีในวันนี้ เพื่อผลักดันนวัตกรรมในเทคโนโลยีการวัดทางเมตริกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของ Nearfield Instruments ในด้านการวัดทางเมตริกความแม่นยำสูง ร่วมกับการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ล้ำสมัยของ A*STAR IME ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเร่งการพัฒนาโซลูชันการวัดทางเมตริกขั้นสูงที่ช่วยให้การผลิตชิป AI มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์กำลังก่อให้เกิดความต้องการพลังประมวลผลอย่างมหาศาล ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดนวัตกรรมในเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ เมื่อการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์แบบเดิมเริ่มถึงขีดจำกัด อุตสาหกรรมจึงหันมาใช้การบูรณาการแบบเฮเทอโรจีนีเรียส ซึ่งเป็นการแพคเกจจิ้งขั้นสูงที่รวมชิปประเภทต่าง ๆ เข้าไว้ในระบบเดียว เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการประมวลผลที่เหนือกว่าและประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ได้นำมาซึ่งความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในการผลิต และเน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการควบคุมกระบวนการและการวัดทางเมตริกที่มีความแม่นยำ เพื่อให้มั่นใจในผลผลิตและประสิทธิภาพในการผลิต “AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง แต่ความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับทั้งประสิทธิภาพในการประมวลผลและประสิทธิภาพในการผลิต” Hamed Sadeghian ซีอีโอของ Nearfield Instruments กล่าว “Nearfield ขับเคลื่อนการปฏิวัติ AI โดยการมอบโซลูชันการวัดทางเมตริกที่จำเป็นต่อการรับมือกับความท้าทายของการบูรณาการแบบเฮเทอโรจีนีเรียส โดยมุ่งเน้นเป็นพิเศษที่การเชื่อมต่อแบบไฮบริด ด้วยการรับประกันความแม่นยำและความเชื่อถือได้

Nearfield Instruments และ A*STAR IME ของสิงคโปร์ ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาโซลูชันการวัดทางเมตริกสำหรับยุคของปัญญาประดิษฐ์และแพคเกจจิ้งขั้นสูง

Nearfield Instruments ผู้นำด้านการวัดทางเมตริกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง และสถาบันไมโครอิเล็กทรอนิกส์แห่ง A*STAR (A*STAR Institute of Microelectronics, A*STAR IME) ของสิงคโปร์ ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยระยะเวลาหลายปีในวันนี้ เพื่อผลักดันนวัตกรรมในเทคโนโลยีการวัดทางเมตริกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของ Nearfield Instruments ในด้านการวัดทางเมตริกความแม่นยำสูง ร่วมกับการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ล้ำสมัยของ A*STAR IME ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเร่งการพัฒนาโซลูชันการวัดทางเมตริกขั้นสูงที่ช่วยให้การผลิตชิป AI มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์กำลังก่อให้เกิดความต้องการพลังประมวลผลอย่างมหาศาล ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดนวัตกรรมในเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ เมื่อการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์แบบเดิมเริ่มถึงขีดจำกัด อุตสาหกรรมจึงหันมาใช้การบูรณาการแบบเฮเทอโรจีนีเรียส ซึ่งเป็นการแพคเกจจิ้งขั้นสูงที่รวมชิปประเภทต่าง ๆ เข้าไว้ในระบบเดียว เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการประมวลผลที่เหนือกว่าและประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ได้นำมาซึ่งความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในการผลิต และเน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการควบคุมกระบวนการและการวัดทางเมตริกที่มีความแม่นยำ เพื่อให้มั่นใจในผลผลิตและประสิทธิภาพในการผลิต “AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง แต่ความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับทั้งประสิทธิภาพในการประมวลผลและประสิทธิภาพในการผลิต” Hamed Sadeghian ซีอีโอของ Nearfield Instruments กล่าว “Nearfield ขับเคลื่อนการปฏิวัติ AI โดยการมอบโซลูชันการวัดทางเมตริกที่จำเป็นต่อการรับมือกับความท้าทายของการบูรณาการแบบเฮเทอโรจีนีเรียส โดยมุ่งเน้นเป็นพิเศษที่การเชื่อมต่อแบบไฮบริด ด้วยการรับประกันความแม่นยำและความเชื่อถือได้

Duck Creek Technologies จัดการประชุม Formation ’25 เพื่อกำหนดอนาคตอุตสาหกรรมประกัน

การประชุมครั้งนี้เน้นให้เห็นถึงวิธีที่บรรดาผู้นำในอุตสาหกรรมขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยการส่งมอบโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมเพื่อลดความเสี่ยงและโอกาสเสี่ยงภัย อีกทั้งยังมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า บอสตัน, May 21, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — วันนี้ Duck Creek Technologies ผู้ให้บริการโซลูชันอัจฉริยะระดับโลกผู้กำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย (P&C) และการประกันภัยทั่วไปได้จัดการประชุม Formation ’25 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสำคัญสำหรับลูกค้าของบริษัท ณ Signia by Hilton Bonnet Creek เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา การประชุม Formation ’25 นี้จะมุ่งให้ความสนใจไปยังประเด็นที่ว่าบริษัทประกันภัยเป็นผู้นำ ปรับตัว และสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกันอย่างไรเพื่อรับมือสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอุตสาหกรรมประกันภัย การประชุม Formation ’25 นับเป็นกิจกรรมแบบไม่หยุดนิ่ง ซึ่งโดดเด่นด้วยเนื้อหามากมาย โอกาสในการสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมที่กว้างขวาง และช่วงเวลาที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม “Formation เป็นแพลตฟอร์มพิเศษที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยมารวมตัวกัน แบ่งปันข้อมูลเชิงลึก และสำรวจพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของ AI” Mike Jackowski ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Duck Creek Technologies กล่าว “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ และรอคอยที่จะได้ร่วมหารือเกี่ยวกับสิ่งที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกและแนวคิดสร้างสรรค์ใหม่

Duck Creek Technologies จัดการประชุม Formation ’25 เพื่อกำหนดอนาคตอุตสาหกรรมประกัน

การประชุมครั้งนี้เน้นให้เห็นถึงวิธีที่บรรดาผู้นำในอุตสาหกรรมขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยการส่งมอบโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมเพื่อลดความเสี่ยงและโอกาสเสี่ยงภัย อีกทั้งยังมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า บอสตัน, May 21, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — วันนี้ Duck Creek Technologies ผู้ให้บริการโซลูชันอัจฉริยะระดับโลกผู้กำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย (P&C) และการประกันภัยทั่วไปได้จัดการประชุม Formation ’25 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสำคัญสำหรับลูกค้าของบริษัท ณ Signia by Hilton Bonnet Creek เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา การประชุม Formation ’25 นี้จะมุ่งให้ความสนใจไปยังประเด็นที่ว่าบริษัทประกันภัยเป็นผู้นำ ปรับตัว และสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกันอย่างไรเพื่อรับมือสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอุตสาหกรรมประกันภัย การประชุม Formation ’25 นับเป็นกิจกรรมแบบไม่หยุดนิ่ง ซึ่งโดดเด่นด้วยเนื้อหามากมาย โอกาสในการสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมที่กว้างขวาง และช่วงเวลาที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม “Formation เป็นแพลตฟอร์มพิเศษที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยมารวมตัวกัน แบ่งปันข้อมูลเชิงลึก และสำรวจพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของ AI” Mike Jackowski ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Duck Creek Technologies กล่าว “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ และรอคอยที่จะได้ร่วมหารือเกี่ยวกับสิ่งที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกและแนวคิดสร้างสรรค์ใหม่