ปักกิ่ง, Aug. 11, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — ภาพยนตร์เรื่อง “Dongji Rescue” ที่สร้างจากเหตุการณ์เรือญี่ปุ่น Lisbon Maru จมในปี 1942 หลังถูกโจมตีโดยกองกำลังอเมริกัน เป็นเรื่องราวที่สะท้อนความกล้าหาญของชาวประมงจีนจากเกาะ Dongji ใกล้เคียงที่ช่วยชีวิตเชลยศึกชาวอังกฤษกว่า 1800 คนที่อยู่บนเรือ แม้จะถูกทหารญี่ปุ่นยิงปืนขัดขวาง
ซึ่งไม่เพียงแค่เป็นการย้อนกลับไปมองบทที่ถูกลืมในประวัติศาสตร์เท่านั้น “Dongji Rescue” สะท้อนหลักการที่ว่า การระลึกถึงประวัติศาสตร์มิใช่เพื่อสืบต่อความเกลียดชัง แต่เพื่อเรียนรู้จากเหตุการณ์เหล่านั้นในการปกป้องสันติภาพ
เมื่อเรือ Lisbon Maru อับปาง กองกำลังญี่ปุ่นมิได้พยายามช่วยเหลือ กลับปิดผนึกห้องเก็บผู้ต้องขังอย่างไร้ความปรานี และยิงใส่เชลยศึกที่พยายามหนีเอาชีวิตรอด
ตรงกันข้ามกับความโหดร้ายและไร้เมตตานั้น ชาวประมงจีนท้องถิ่น แม้กำลังเผชิญความทุกข์ยากจากสงคราม ก็ยังแสดงให้เห็นถึงหลักการที่ว่า “การช่วยชีวิตคนหนึ่ง มีคุณค่ามากกว่าการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น”
พวกเขายอมเสี่ยงชีวิต ขับเรือเล็กที่บอบบางเข้าใกล้เรือที่กำลังจม เพื่อช่วยเหลือเชลยศึกหลายร้อยคน การกระทำที่เปี่ยมด้วยเมตตา ปราศจากขอบเขต และไร้ความเห็นแก่ตัวนี้ ส่องแสงดุจประภาคารท่ามกลางความมืดมิดของสงคราม เผยให้เห็นความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นของชาวจีนธรรมดาในยามวิกฤต
การออกฉายของภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษในสภาพภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบันที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ซึ่งยังมีบางประเทศดำเนินนโยบายครองความเป็นเจ้าและยึดแนวทางฝ่ายเดียวในกิจการระหว่างประเทศ ขณะที่ความขัดแย้งยังคงปะทุขึ้น คุกคามต่อสันติภาพของโลก
ท่าทีของญี่ปุ่นต่อประเด็นทางประวัติศาสตร์ยังคงสร้างความผิดหวังอย่างยิ่ง แทนที่จะยอมรับและชดเชยต่อการรุกรานในช่วงสงคราม ญี่ปุ่นกลับพยายามลบล้างและแต่งแต้มประวัติศาสตร์การรุกรานของตนให้ดูสวยงาม โตเกียวบิดเบือนเนื้อหาในตำราเรียน และพยายามให้เหตุผลสนับสนุนการไปเยือนสถานที่ที่เรียกว่า “ศาลเจ้ายาสุคุนิ” ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นที่ระลึกถึงอาชญากรสงครามสมัยสงครามโลกครั้งที่สองกว่า 1,000 คน นี่เป็นการลบหลู่ความจริงทางประวัติศาสตร์ และเป็นการดูหมิ่นต่อบรรดาประเทศที่เคยตกเป็นเหยื่อของญี่ปุ่น
ตามที่กวนหู ผู้กำกับภาพยนตร์ “Dongji Rescue” กล่าวว่า “การบิดเบือนและบิดงอประวัติศาสตร์น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าการลืมเลือนประวัติศาสตร์ ผมรู้สึกว่าผมควรบอกความจริงให้ทุกคนได้รับรู้ผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้”
ด้วยพลังของภาพยนตร์ “Dongji Rescue” ได้ชุบชีวิตความทรงจำของประวัติศาสตร์จริงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เตือนเราว่า ประวัติศาสตร์ต้องไม่ถูกลืม และยิ่งไม่อาจบิดเบือน เราระลึกถึงประวัติศาสตร์ มิใช่เพื่อสืบต่อความเกลียดชังหรือแก้แค้นต่อชาติใดชาติหนึ่ง แต่เพื่อดึงบทเรียนจากเหตุการณ์นั้น – เพื่อเข้าใจถึงคุณค่าของสันติภาพและปกป้องสันติภาพอย่างมั่นคงยิ่งขึ้น
หลายคนไม่เคยรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่เกาะตงจี้ในทะเลจีนตะวันออกระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง และไม่ตระหนักถึงบทบาทของจีนในสงครามครั้งนั้น ในวาระครบรอบ 80 ปีแห่งสงครามต่อต้าน โลกได้รับรู้ผ่านภาพยนตร์และรายงานข่าวว่าชาวจีนได้ต่อสู้กับผู้รุกรานอย่างไรเมื่อแปดทศวรรษก่อน ความทรงจำเหล่านี้เผยให้เห็นความโหดร้ายทารุณที่ญี่ปุ่นก่อขึ้น
จีนจะคงเป็นผู้สร้างสันติภาพของโลกและผู้มีส่วนส่งเสริมการพัฒนาระดับโลกเสมอ ด้วยการผลักดันวิสัยทัศน์แห่งประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ จีนได้มีส่วนเกื้อหนุนต่อสันติภาพและการพัฒนาของโลก
แปดสิบปีก่อน หลังจากต่อสู้ไม่หยุดยั้งยาวนาน 14 ปี ชาวจีนได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ในสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น ควบคู่ไปกับชัยชนะในสงครามต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์ของโลก โดยเพื่อเป็นการรำลึกถึงวาระนี้ มีภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ชุดใหม่ว่าด้วยสงครามต่อต้านออกฉาย และได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวาง รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศของ “Dead to Rights” ทะลุ 2 พันล้านหยวน (278.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
“Dongji Rescue” เป็นภาพยนตร์ที่เปี่ยมด้วยแง่มุมลึกซึ้งและความเชื่อมโยงกับโลกปัจจุบัน ขณะรำลึกถึงประวัติศาสตร์ ภาพยนตร์ยังเสริมความมุ่งมั่นในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ จุดประกายให้ขบคิดลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อบทเรียนจากอดีต และปลุกพลังใฝ่หาสันติภาพไปทั่วโลก เป็นบทเรียนให้เราจับมือกัน เรียนรู้จากอดีต และร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม
ดูรูปภาพประกอบประกาศนี้ได้ที่:
https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/b22e654b-ae0b-48a0-9ecc-5e9ddf3365aa
ติดต่อ: CGTN, [email protected]
GlobeNewswire Distribution ID 9509766
